Patcharaphan's profile★TiBBy TiBBaDee★PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    September 29

    เสร็จแว้ววว

    ในที่สุดก็สอบไฟนอลเสร็จเรียบร้อยแล้ว วิชาสุดท้ายคือวรรณคดีทัศนา ภาควิชาวรรณคดีเปรียบเทียบ มีข้อสอบ 3 ข้อ ให้เวลา 3 ชั่วโมง เหอๆ เอาเวลามาให้ไทยซีฟบ้างก็ได้ ข้อสอบวรรณคดีก็เหมือนที่เรียนๆมานั่นแหละ ยกเว้นแต่วิจารณ์ที่มีเรื่อง Unseen มาให้อ่านและวิจารณ์ เป็นเรื่องเกี่ยวกับการยึดติด (ถ้าวิจารณ์ไม่ผิดนะ) เปรียบเทียบคนกับอุหมัง (ปูเสฉวน) ที่ยึดติดกับเปลือกหอย ยึดติดกับความสวยของหอยที่ตัวเองอาศัยอยู่ เหมือนกับตัวเอกผู้หญิงที่ยึดติดกับเพื่อนและผู้ชาย
     
    จะว่าไปมันก็เป็นปรัชญาที่ตรงกับคนเราจริงๆนะ เราควรจะปล่อยวางแล้วก็มีความสุขอยู่กับตัวเอง หรือไม่ก็หาโอกาสไปที่ที่เราจะสามารถทำอะไรได้อย่างอิสระ อย่างเช่นทะเลเป็นต้น เพราะฉะนั้นไปเที่ยวทะเลกันเถอะนะจ๊ะ เอาเงินที่เหลือจากที่จะกิน Sizzler วันอาคารเช่ารถแล้วก็เช่าบ้านอยู่กัน แต่ว่าเงินคงไม่เหลือแน่เลย ได้ข่าวว่าอ.อิไมกินเยอะด้วย 55
     
    พอวันนี้สอบเสร็จก็ไปเกะกัน โอ้ววววสนุกมาก ตอนนี้ไม่รู้เพลงญี่ปุ่นกันแล้ว มาร้องเพลงไทยแทน อย่างอาร์เอสเก่าๆ หรือว่าคาราบาว เป็นต้น ตอนระหว่างรอเพลงแต่ละเพลงเค้าจะเปิด channel v ไว้ โอ้ว วีเจเบรทหล่อจังเลย
     
    ปล.เสียใจนะ
    ปล.2ไม่เข้าใจผู้ชายแถวบ้าน
    ปล.3ปิดเทอมนี้จะทำครอสติชให้เสร็จ ผอมลง และจะสอบเปียโนให้ผ่าน
    September 27

    อยู่บ้าน ขำๆ

    วันนี้ก็หยุดอยู่บ้าน ก็กะว่าจะเริ่มอ่านหนังสือเลยอะแหละ แต่ว่าตื่นมาก็ 10 โมงเข้าไปแล้ว ก็เลยต้องรีบซ้อมเปียโน อาบน้ำ กินข้าว แล้วก็ออกไปเรียนเปียโนตอนเที่ยง
     
    วันนี้ครูมาชลองทำเหมือนสอบจริง ก็มีให้เล่นเพลง 3 เพลง (จำเพลงนึง) เล่นสเกล (ไล่โน้ตขั้นบันได)กับเพลงสั้นๆ อีกเพลง ทำ Ear Test ก็คือมีเพลงมาให้ฟังประมาณบันทัดนึงแล้วให้ตอบตบมือ ร้องเพลงตามจังหวะและตอบคำถามเกี่ยวกับเพลง
    ตอนเล่นสเกลอ่ะ ขำมาก เพราะว่าครูมาชจะสั่งเราเป็นภาษาตามแบบดนตรี (เป็นภาษาลาตินละมั้ง) อย่าง Legato Forte (เล่นยาวๆ หนักๆ) หรือว่า Staccato Piano (เล่นสั้นๆ เบาๆ) แล้วพวกพี่ที่มีฟ้าก็จะงงๆขำๆแล้วถามว่า มาชพูดว่าอะไรอ่ะ ครูมาชลองให้ๆคะแนนดู ปรากฏว่าผ่านด้วย หวังว่าตอนสอบจริงจะผ่านนะ ได้คะแนนน้อยก็ไม่เป็นไร
     
    พอกลับมาบ้านก็อ่านหนังสือเรื่อง วิมานลอย (แนวคิดวรรณคดีกับประวัติศาสตร์) ไปหน้านึงก็ขี้เกียจ อุส่าเรียนวรรณคดีแท้ๆ เลยอ่ะ ทำไมไม่ให้เรียนเรื่องที่เราชอบอย่าง Princess Diaries หรือว่า Davinci Code บ้างนะ เรื่องที่เอามาให้อ่านนี่มันไม่หนุกเลยเหอะ เราก็เลยเลิกอ่านแล้วมานั่งเล่นคอม ตอนเย็นๆ ก็ออกไปตัดผม (อีกแล้ว) ไม่อยากบอกเลยว่า สวยมากๆๆ แถมยังน่ารักสุดๆเลย
     
    -----------------
    สาเหตุที่ทำให้ตื่นสายเมื่อเช้าก็คือ เมื่อคืนดูตีสิบ ที่ AF3 ไปออก จบเกือบตี 1 โอ้ว พี่โด่งน่ารักอ่ะ เพิ่งรู้ว่าชอบพี่โด่ง เราว่าเค้าดูจริงใจดีอ่ะ เด๋วจะเล่าเรื่องนี้อีกที ก็ตอนที่เราไปดูเค้าอัดรายการ Secret of Academy ตอนออกจากบ้าน ตอนนั้นเค้าพักถ่ายอยู่ เราก็ยืนอยู่อีกฝั่งนึงของกระจกร้าน พี่โด่งก็นั่งอยู่ข้างๆ กระจก อยู่ดีๆ เค้าก็ยื่นมือมาทาบกระจกตรงหน้าเราเฉยเลย (อันนี้อาจจะเป็นความสวยโดดเด่นของเราที่ไปเข้าตาพี่โด่งก็ได้) ก็เลยได้จับมือกันผ่านกระจก 55 มิ้น ซาร่า พี่ต้าก็น่ารักเหมือนกันนะ (หวังว่าจะเจอมิ้นที่จุฬา และพี่ต้าที่มีฟ้าบ้างนะ)
     
     
     
    September 26

    มือง่อย

    ตอนนี้ก็ผ่านการสอบ (ตามตารางสอบไม่ใช่ TDF) ไปแล้วอีก 2 ตัว เหลืออีกตัวนึงวันศุกร์บ่าย
     
    เมื่อวานตอนเช้า สอบวิชา Introduction to English morphology and syntax ก็เป็นเรื่องชนิดและหน้าที่ของ Function Words อย่าง Noun Determiner,Auxiliary,Connectives เรื่อง Finite Verbs เรื่อง Structure แล้วก็ Function ของส่วนที่ขีดเส้นใต้ โอ้วก็คิดว่าโอแหละ ดีกว่าตอนมิดเทอมที่เป็นเรื่องการออกเสียง ตอนนั้นข้อสอบส่วนใหญ่เป็น unseen หมดเลย แล้วจะไปรู้ได้ไงว่า th แบบไหนจะต้องใช้เส้นเสียงหรือไม่ใช้ แต่ครั้งนี้ข้อสอบส่วนหลังที่เป็นข้อเขียนให้อธิบายยากอ่ะ
     
    ตอนบ่ายก็สอบ Introduction to English composition หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า Compo (ที่คนถอนออกเกือบหมดเหลือคนเรียนอยู่10คน) ก็ให้สมุดคำตอบที่มี 12 หน้ามา ตกใจมากกกก แล้วก็มีหัวข้อมาให้เลือก 4 หัวข้อ เราก็เขียนเรื่อง Should international laws regarding intellectual property be respected in Thailad? สรุปเขียนไป 2 หน้าเอง 55 แล้วเขียนไป 5 Paragraph (กะจะเขียน 6 แล้วนึกไม่ออก)
     
    ส่วนวันนี้ก็สอบวิชา Thai Civilization หรือว่าอารยธรรมไทย เป็นเรื่องตั้งแต่กรุงธนบุรีมาจนถึงปัจจุบัน แล้วก็พวกเรื่องพิธีกรรม ความเชื่อ วิถีชีวิตของคนไทย โอ้ว เนื้อหาดูไม่ยากใช่ป่ะ ก็คิดว่างั้นเหมือนกันแหละ มันดูง่ายกว่าครั้งอื่นๆ แต่สรุปว่าทำไม่ทันอ่ะ ให้เวลา 2 ชั่วโมง ทำ choice 40 ข้อ และเขียนตอบอีก 6 ข้อ 6 หน้า โอ้ววว ถ้าให้เวลามากกว่านี้หน่อยก็คงทำดีกว่านี้ ฮือๆๆ
     
    เด๋ววันศุกร์บ่ายจะสอบวิชา Introduction to Literature เรียนเกี่ยวกับวรรณคดีที่สัมพันธ์กับทฤษฎีต่างๆ ที่จะสอบก็มีวรรณคดีกับอัตลักษณ์ชาติพันธุ์ (แค่ฟังชื่อก็เอ๊ะแล้วอ่ะ) วรรณคดีกับการวิจารณ์ วรรณคดีกับประวัติศาสตร์และคุณธรรม
     
    โอ้วววว เมื่อยมืออ่ะ ก็ต้องเขียนอะไรตั้งหลายหน้าแล้วก็ต้องซ้อมเปียโนเพลงเร็วมาก หรือไม่ก็เป็นเพลงที่ต้องกางมือมาก ง่ะ
    September 23

    บ๊ายบาย ญี่ปุ่น

    ในที่สุดก็สอบวิชาของเอกญี่ปุ่น 3 ตัว (สนทนา วัฒนธรรม แล้วก็ไวยากรณ์) เสร็จซะที เฮ้ออ
     
    เบื่อจัง ที่ต้องเรียนต้องอ่านอะไรแบบ "ยัด" เข้าไปในสมอง เบื่อคันจิ (เกือบจะพันแล้วมั้ง) ที่ต้องเขียนต้องท่องให้ได้เวลาสอบแต่ละที เบื่อคำศัพท์ที่มีมากมายและเป็นคำศัพท์ที่แม้แต่ในภาษาไทยเรายังไม่เคยใช้ เช่นคำว่า "โจมตีอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว" แล้วก็เบื่อเวลาที่อ่านไวยากรณ์ไปแล้วรู้สึกว่า "เฮ้ย ยังไม่จบอีกหรอเนี่ย" เบื่อที่จะต้องพลิกไปดูหน้าสุดท้ายบ่อยๆ ว่ายังเหลืออีกกี่หน้า
     
    ส่วนวิชาสนทนาก็เขียนบอกไปแล้วในหน้าที่แล้ว มัน "โอ้วชีวิต ตายแน่ๆ" มากๆ ไม่รู้จะบรรยายยังไงได้ แล้ววิชาวัฒนธรรมก็ต้องเรียนแบบรายละเอียดมากๆ แบบว่าคนญี่ปุ่นมีที่มาจากไหน เรื่องของเทพเจ้า เรื่องครอบครัว กลุ่มต่างๆในสังคม คนตายแล้วไปไหนไรเงี้ย ถึงจะหนุกและดูเหมือนไม่มีอะไรตอนอ่านหนังสือสอบ มีแต่เนื้อหายิบย่อย แต่พอเข้าห้องสอบไปก็จำรายละเอียดอะไรไม่ได้
     
    เราก็รู้และพยายามบอกตัวเองตลอดว่าที่เรียนหนักๆไปเนี่ย มันก็คงจะมีประโยชน์ซักวันแหละ แต่ก็คิดเหมือนกันแหละว่า ที่ต้องเรียนแบบยัดๆเข้าไปเนี่ย ซักวันมันก็อาจจะทำให้เราเป็นบ้าได้ อีกไม่นาน เราคงอ๊วกออกมาเป็นภาษาญี่ปุ่นแน่ๆ
     
    ***แต่ถึงวิชามันจะเอ๊ะยังไง เราก็ดีใจที่ได้อยู่เอกญี่ปุ่นนะ เพราะมีเพื่อนที่ได้เจอหน้ากันตลอด เรียนด้วยกันทุกวิชาตั้งแต่ปี 1 อย่างน้อยก็มีคนคิดเหมือนเราเวลาไปบ่นหรือพูดถึงอะไรในห้องเรียน มีอะไรให้ขำได้ตลอด มีคนแอบไปฟังอาจารย์พูดภาษาไทยเป็นเพื่อน เพราะทุกคนอยากได้ยิน แล้วอีกอย่างถ้าเราไม่อยู่เอกญี่ปุ่นก็คงไม่ได้อยู่สายรหัสนี้ด้วย
    September 18

    Helppp!!!

    Ohh Helppp Meee....Anyone,,, HELP ME!!!! PLEASE....
     
    I just survived from dreadful incident...So dreadful...Still be quivering with fear....
    That incident happened in my own Faculty...at one of LL on 3 th floor of 4th building.
    It took place around 2-3.40 in the afternoon....
     
    You may see the Headline "29 Jap-Major students killed due to final exam" tomorrow morning...
     
    I'm not kidding, this exam was extremely difficult with all those interview questions and everything.
    The part which is the hardest one is telling the way from somewhere such as subway station to hospital.
    You know, I got 0 point for this part on Midterm exam ToT
    And the Kanji and writing parts are also difficult...there are 25 kanjis to write and thousand blanks to fill in.
     
    Ohhh help me I don't want a C... I don't like Cat... I like Ant, Apple, AF, I also like Bird,Banana Spirit...
    Please stay away from me,,,Cat... My life will be happier without you..
     
     
    September 16

    จะสอบแล้ว

    ในที่สุดวันนี้ก็ได้ไปดู Season Change ซะที
    ชอบมากๆ เลย เพราะหนังก้เกี่ยวกับดนตรี มีวงออเคสตร้าด้วย
    อยากเล่นดนตรีเป็นวงอย่างงี้บ้างจัง แต่ไม่มีโอกาสซะที
    อ่อ แล้วก็มีมิ้นโผล่มาในหนังด้วยตอนแรกๆ
     
    อาทิตย์หน้าจะสอบ Final แล้ว
    เริ่มวิชาแรกคือ JP CONVER น่ากลัวจริงๆ
    จนต้องขอ James งดคาบคอมโปเลยทีเดียว
     
     
     
    September 12

    กิน MK

    เมื่อวานมีคนญี่ปุ่นมาในคาบ 池谷先生 ในคาบก็ได้เรียนเรื่องคำแสลงของคนญี่ปุ่น
    แล้วก็เล่าเรื่อง ブーという金の魚 (ปลาบู่ทองตามที่ซีบอก) คนญี่ปุ่นก็เล่าเรื่อง โมโมทาโร่ให้ฟังด้วย
    จากนั้นอ.ก็ให้คนญี่ปุ่นถามคำถามอะไรก็ได้ มีคนนึงถามว่าคำศัพท์ที่ชอบที่สุดของภาษาญี่ปุ่นคืออะไร
    ทุกคนก็มองมาที่เรา (โอ้ว เค้าอายนะ) แน่นอน คำศัพท์ที่เราชอบที่สุดก็คือคำว่า キレイ นั่นแหละ 55
     
    พอหมดคาบอ.ก็รีบกลับบ้าน 走れ、先生!!พวกเรากับคนญีปุ่นก็ไปต่อกันที่พาราก้อน
    ก็ไปกิน Swenzens (อ้วน เสียตังค์อีกแล้น) แต่ก็อร่อย คนญี่ปุ่นก็น่ารักดี อิอิ
    ในที่สุด ทุกคนก็รู้ว่าเราสวย ต่อไปจะทำให้รู้ทั้งโลกเลย
     
    ------------
     
    วันนี้ก็ไปอีกแล้ว ไปกิน MK โอ้ว อ้วนอีกแล้ว แต่ไม่เป็นไรๆ พรุ่งนี้ลด
     
    Ps.ขอบคุณมากแพร โอ้วว
    September 10

    ได้เวลาแล้ว

    โอ้วว ในที่สุด เมื่อวาน AF3 ก็จบลงแล้ว
    ได้ไปดูคอนเสิร์ตที่ Impact ด้วย ถึงอยู่ไกลพอสมควรก็เห็นชัดอยู่นะ
    ดีใจจังที่ได้ไปดู ได้เห็นทุกคนด้วย
    สรุปว่าที่ 1-3 เป็นผู้ชายหมดเลย
     
    จบ AF แล้วก็ถึงเวลาที่เราจะทำอะไรหลายๆอย่างซะที
    เพราะว่า 2 เดือนมาเนี่ย ไม่ค่อยได้ทำอะไรเลย
     
    September 07

    กินแอนด์ดูละคอน

    กินข้าว---
    4 ก.ย. 2549 Sizzler,MBK
    5 ก.ย. 2549 MK Suki,Siam Square
    6 ก.ย. 2549 Otoya,Siam Paragon
     
    ---7 ก.ย. 2549 วันเกิดต๊อบ รีบกลับบ้าน---
     
    ดูโชว์---
    8 ก.ย. 2549 19.00 ดูละครนิเทศเรื่อง "เทพนิยำ" ที่หอประชุมจุฬา
    9 ก.ย. 2549 21.00 ดู Academy Fantasia ที่ Impact Arena
    10 ก.ย. 2549 14.00 ดูละครเวทีเรื่อง "Pippin" ที่โรงละครกรุงเทพ metropolis
     
    โอ้วทำไมชีวิตเรามันช่างดูไร้สาระอะไรเช่นนี้ (ทั้งๆที่จริงๆงานเยอะ--*)
    แต่ก็เอาเหอะเนอะ อาทิตย์นี้ขอทำตัวสบายก่อนจะไปลำบากอีก 2 อาทิตย์
     
    --------------
    ขอบคุณ SMS จากเตย ธหนู พี่แก้ว พี่อุ พลอย พี่แนท ลุงอ๊อด ป่าน ปอแก้ว ศิ จิ๊บ ขวัญ พี่เบญ นะคะ
    ขอบคุณวี แน้ต ที่โทรมาน้า แล้วก็แพรที่ติ๊บโทรไป (ติ๊บก็เอ๊ะเนอะ55) น้องปิ่น บุรัสด้วยนะ
    ขอบคุณเค้กจากเล้งนะจ๊ะ
    ขอบคุณสำหรับหมีแพนด้า (พร้อมใจกันมากๆ) จากน้องแฟรงค์ ออม เตย พิ้งค์ ปอแก้ว พี่แก้ว
    บ้านจะกลายเป็นสวนสัตว์หมีแพนด้าแล้ว แต่แพนด้าน่ารักจริงๆ น้า
    ขอบคุณป่านสำหรับตุ๊กตาลิง และพี่อุ สำหรับวัวนะคะ
    แล้วก็พ่อแม่ ยาย ป้าแอ๊ว สำหรับเงินนะคะ อิอิ
    ที่สำคัญ ขอบคุณทุกคนอวยพรน้า
     
    LoVe LoVe ทุกคนเลย
     
     
    September 03

    งาน J-Ed

    โอ้วในที่สุดก็งานเจเอ็ดก็ผ่านพ้นไปได้ด้วยดีแล้ว
     
    ก็สนุกดี มีเล่นเกมส์กับขายกระจกส่องแล้วสวยและรูปผู้ชาย
    เมื่อวานคนเยอะ แต่ว่าวันนี้คนน้อยลงเยอะเลยง่ะ
     
    โอ้ว 19 แล้ว อีก 1 ปีจะผอมให้ได้
    September 01

    เตรียมงาน

    ในที่สุดพรุ่งนี้ก็จะถึงงาน J Education ที่พวกเราเอกญี่ปุ่น (สุดสวย) เตรียมงานกันมานานซักที
    แต่ว่าก่อนอื่นวันนี้ก็ต้องไปเตรียมงานที่ศูนย์สิริกิติ์กันก่อน
     
    ก่อนไปเนี่ยก็มีเรื่องเอ๊ะๆ เกิดขึ้นมากมาย
    เริ่มจากตอนเลิกเรียนคอมโป (คาบนี้ก็เอ๊ะเหอะ ให้ไปฟังไรก็ไม่รู้) ก็มีพวกที่ไปรอที่ศูนย์สิริกิต์แล้ว โทรมาให้ไปดูกระจกที่ลืมไว้ในห้องที่ซ้อมละครตอนกลางวัน ตอนนั้นเราใกล้ถึงสยามแล้ว แต่ว่าก็กลับไปดูให้แหละ ตอนเราเข้าไปก็เห็นแม่บ้านนั่งอยู่ เราก็เข้าไปเอา แล้วก็เห็นกระจกของเราอยู่ข้างๆโทรศัพท์ของแม่บ้าน เหออออๆๆๆ ขโมยเหอะๆๆๆ ไม่ไหวอ่ะ
     
    พอเอากระจกทั้งหมดลงมาแล้ว ก็รอแท็กซี่ที่ดากับแจนจะเอามารับ แท็กซี่ก็เอ๊ะเหอะ ขับชิ่งไปชิ่งมาอยู่ได้ (แม่น่าจะมาเห็น จะได้รู้ว่าเราขับดีกว่า) ขับซะเวียนหัวมากๆ แถมยังพูดจาไม่ดีอีก
     
    แต่พอไปเตรียมงานแล้วก็ซ้อมละคร ซ้อมเต้นก็สนุกมากๆเลยแหละ